ยินดีต้อนรับสู่ นชท.รุ่น 12
ประวัติโรงเรียนช่างฝีมือทหาร

หากท่านได้มีโอกาสผ่านเข้าประตูหน้าโรงเรียนช่างฝีมือทหาร น้อยคนนักที่จะละสายตาจากป้ายจารึกหินแกรนิตสีดำ ที่มีข้อความสั้นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะบอกเล่าเรื่องราว ให้เห็นความเป็นมาในอดีตของแหล่งผลิตช่างฝีมือ ให้แก่กองทัพไทยแห่งนี้ เพื่อให้รู้ลึกถึงผลสัมฤทธิ์ ของสัญลักษณ์ แห่งความร่วมมือ ระหว่างรัฐบาลไทย-ออสเตรเลีย การประสานงานระหว่างคณะกรรมการกระทรวงกลาโหม โครงการจึงได้รับอนุมัติให้ก่อตั้งในปี ๒๕๐๒ วางศิลาฤกษ์ในปี ๒๕๐๓ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม วัน เวลา ได้หลอมรวมความรักความผูกพัน และความภูมิใจ ในแดนอาลาดินแห่งนี้ จนเป็นที่รู้จักมาถึงปัจจุบัน
เพื่อระลึกถึงวันนี้ในอดีต ซึ่งเวียนมาบรรจบเป็นวาระที่ ๔๗ ใน ๑๘ ม.ค. ๒๕๕๐ จึงขอย้อนเหตุการณ์ให้ทราบพอสังเขป หลังจากสงครามสงบลง อาณาบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ผ่านยุคที่มีการเปลี่ยนแปลง หลายชาติที่ได้รับเอกราช ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์รูปใหม่ ที่มิได้มุ่งขอบเขตในกิจการทหารเท่านั้น แต่รวมถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จากผลของสงครามครั้งนั้น เป็นบทเรียนให้นานาประเทศมีแนวความคิด รวมกลุ่มเพื่อปกป้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน องค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียอาคเนย์ (สปอ. / SEATO) อันประกอบด้วยสมาชิก ๘ ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และไทย ซึ่งได้ถือกำเนิดโดยเล็งเห็นว่าการขาดแคลน ช่างฝีมือของประเทศสมาชิกในภูมิภาคนี้ จะเป็นเหตุให้ขุมกำลังสำหรับต่อต้านภัยคุกคามไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร คณะกรรมการฝ่ายทหาร และพลเรือนประชุมร่วมกันที่ กรุงเทพฯ ได้ทำการสำรวจเพื่อวางโครงการฝึกวิชาช่าง โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ คณะผู้แทนมนตรี ได้แต่งตั้งคณะทำงานสำรวจความต้องการช่างสาขาต่างๆ ซึ่งได้ข้อยุติในตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจ ของแต่ละประเทศพิจารณารายละเอียดที่จะช่วยเหลือระหว่างกัน
พ.ศ.๒๕๐๑ รัฐบาลออสเตรเลีย ได้เสนอความช่วยเหลือประเทศไทย จัดตั้งโครงการศูนย์ฝึกวิชาชีพขั้นพื้นฐาน สำหรับข้าราชการทั้ง ๓ เหล่าทัพ และแรงงานพลเรือน ที่เกี่ยวข้องในการซ่อมสร้าง ตามมติที่ประชุม สปอ. ครั้งที่ ๔ วันที่ ๑๕-๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๐ โดยรัฐบาลออสเตรเลียเป็นผู้จัดหาเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์การฝึก พร้อมทั้งส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำ
รัฐบาลไทยเป็นฝ่ายจัดหาที่ดินก่อสร้างอาคารและจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินงานจาก กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยได้เริ่มก่อสร้าง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๒
๑๘ มกราคม ๒๕๐๓ ได้มีการวางศิลาฤกษ์ โดยพลเอกถนอม กิตติขจร (ยศในขณะนั้น) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภายในปีนี้การก่อสร้างอาคาร และติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักรก็แล้วเสร็จ โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ได้รับนักเรียนช่างฝีมือทหารรุ่นที่ ๑ เข้ารับการศึกษาเมื่อ ๘ กันยายน ๒๕๐๓ โดยให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม กรมตำรวจ และรัฐวิสาหกิจ ส่งข้าราการหรือลูกจ้างในสังกัดเข้ารับการศึกษา เพื่อเพิ่มพูนความรู้ใน ๔ วิชาชีพ คือ ช่างปรับทั่วไป ช่างปรับอุปกรณ์ไฟฟ้า ช่างเครื่องมือกล และช่างโลหะ(ช่างเชื่อม ช่างเหล็ก และช่างโลหะแผ่น) โดยใช้หลักสูตรวิชาช่างฝึกหัดไทย-ออสเตรเลีย ในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอน กิจกรรมเสริมหลักสูตร ส่วนกฎ ระเบียบ และการปกครองดูแล จะใช้รูปแบบธรรมเนียมทหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ ความชำนาญของช่างฝีมือที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานดังกล่าว โดยมีลักษณะการเรียนประเภท ไป-กลับ ใช้เวลาในการศึกษาขั้นพื้นฐานวิชาชีพ ๒ ปี และฝึกปฏิบัติงานในโรงงาน ของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจอีก ๑ ปี รวมเวลาในการเข้ารับการศึกษา ๓ ปี และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจึงกลับเข้าทำงานในหน่วย










